top of page
ALL-LOGO-SST-06.png
ข่าวและกิจกรรม.png
MARK-NEWS-EVENTS-SST.png

ข่าวและกิจกรรม

ไฟฟ้าลัดวงจรเกิดจากอะไร? สาเหตุที่หลายบ้านมองข้าม

  • 26 พ.ค.
  • ยาว 2 นาที

อัปเดตเมื่อ 17 ก.ค.



​          บางครั้งอุบัติเหตุใหญ่ในบ้านก็เริ่มต้นจากสิ่งเล็ก ๆ ที่เราไม่ทันสังเกต เช่น ปลั๊กไฟที่ร้อนผิดปกติ สายไฟเก่าที่เริ่มกรอบ หรือไฟกระพริบเพียงไม่กี่วินาที สิ่งเหล่านี้อาจดูเป็นเรื่องเล็ก แต่แท้จริงแล้วอาจเป็นสัญญาณเตือนของ ไฟฟ้าลัดวงจร ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของไฟไหม้บ้านทั่วโลก


​          ลองจินตนาการว่าระบบไฟฟ้าในบ้านเปรียบเหมือน “ระบบหลอดเลือดของร่างกาย” ที่คอยส่งพลังงานไปยังทุกส่วนของบ้าน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น โทรทัศน์ หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ หากระบบนี้เกิดความผิดปกติ เช่น กระแสไฟไหลผิดทาง หรือเกิดความร้อนสะสม ก็อาจก่อให้เกิดอันตรายได้ทันที


​          บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจ ไฟฟ้าลัดวงจรคืออะไร เกิดจากอะไร สัญญาณเตือนที่ควรรู้ และวิธีป้องกันไฟฟ้าลัดวงจรในบ้านอย่างถูกต้อง เพื่อช่วยให้บ้านของคุณปลอดภัยมากขึ้น



ไฟฟ้าลัดวงจรคืออะไร



​          ไฟฟ้าลัดวงจร (Short Circuit) คือ ภาวะความผิดปกติของระบบไฟฟ้าไหลผ่านเส้นทางที่มีความต้านทานต่ำกว่าปกติ หรือ ไหลข้ามอุปกรณ์ที่ควรเป็นส่วนหนึ่งของวงจร ส่งผลให้มีกระแสไฟฟ้าไหลมากเกินกว่าที่ระบบจะรองรับได้ในช่วงเวลาสั้น ๆ จนทำให้เกิดความร้อนสะสมอย่างรวดเร็ว อาจทำให้สายไฟเสียหาย ละลาย หรือ เกิดประกายไฟ และมีความเสี่ยงที่จะลุกลามจนเกิดเหตุเพลิงไหม้


​          สาเหตุของไฟฟ้าลัดวงจรมักเกี่ยวข้องกับความเสื่อมสภาพ หรือ ความเสียหายของฉนวนสายไฟ การติดตั้งระบบที่ไม่ได้มาตรฐาน การใช้งานอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ชำรุดหรือ การใช้งานที่ไม่เหมาะสม ปัจจัยเหล่านี้ล้วนเพิ่มโอกาสในการเกิดอุบัติเหตุทางไฟฟ้า และอาจนำไปสู่ความเสียหายต่อทรัพย์สินหรือความปลอดภัยของผู้ใช้งาน



ความแตกต่างระหว่างไฟฟ้าลัดวงจรกับไฟฟ้าเกิน



​          หลายคนมักเข้าใจว่า ไฟฟ้าลัดวงจรและไฟฟ้าเกินเป็นเรื่องเดียวกัน แต่จริง ๆ แล้วเป็นปัญหาคนละประเภท

    -    ไฟฟ้าลัดวงจร (Short Circuit) เกิดจากสายไฟ หรือวงจรไฟฟ้าสัมผัสกันโดยตรง ทำให้กระแสไฟไหลผิดปกติ และเพิ่มขึ้นทันที เช่น ฉนวนสายไฟฉีกขาดจนสายไฟสัมผัสกัน

    -    ไฟฟ้าเกิน (Overload) เกิดจากการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้ามากเกินกว่าที่ระบบไฟฟ้าจะรองรับได้ เช่น เสียบเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายชนิดกับปลั๊กพ่วงเดียว แม้ว่าทั้งสองปัญหาจะต่างกัน แต่ ทั้งไฟฟ้าลัดวงจรและไฟฟ้าเกินสามารถทำให้เกิดไฟไหม้ได้!!!



สาเหตุของไฟฟ้าลัดวงจรที่พบบ่อยในบ้าน พร้อมวิธีป้องกัน


    1. สายไฟเสื่อมสภาพหรือฉนวนชำรุด



​          สายไฟที่ใช้งานเป็นเวลานานอาจเกิดการเสื่อมสภาพ ฉนวนหุ้มสายไฟแตก กรอบ หรือหลุดลอก เมื่อสายไฟภายในสัมผัสกันหรือสัมผัสวับวัสดุอื่น ๆ ก็สามารถทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรได้ทันที

​          โดยเฉพาะบ้านที่มีอายุหลายปีแต่ไม่ได้มีการตรวจสอบระบบไฟฟ้าอย่างสม่ำเสมอ มักมีความเสี่ยงสูงขึ้น ซึ่งงานวิจัยด้านความปลอดภัยที่อยู่อาศัยระบุว่า สายไฟเก่าที่ใช้งานเกิน 15-20 ปี มีโอกาสเกิดปัญหาระบบไฟฟ้าสูงกว่าปกติ

​          เคล็ดลับ : ควรตรวจสอบระบบไฟฟ้าในบ้านทุก 5-10 ปี และเปลี่ยนสายไฟที่ชำรุดทันที และหากพบว่าเครื่องใช้ไฟฟ้ามีกลิ่นไหม้ หรือร้อนผิดปกติ ควรหยุดใช้งานทันที



    2. การใช้ปลั๊กพ่วงมากเกินไป



​          ปลั๊กพ่วงเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยเพิ่มช่องเสียบไฟ แต่หากใช้งานผิดวิธีก็อาจกลายเป็นจุดเสี่ยงของไฟฟ้าลัดวงจรได้ ซึ่งการเสียบอุปกรณ์ไฟฟ้าหลายชนิดกับปลั๊กพ่วงเดียวกัน เช่น ตู้เย็น ไมโครเวฟ หม้อหุงข้าว หรือเครื่องใช้ไฟฟ้ากำลังสูง อาจทำให้เกิดความร้อนสะสม และกระแสไฟเกินพิกัดของสายไฟ

​          เมื่อกระแสไฟฟ้าไหลผ่านสายไฟมากเกินพิกัด จะทำให้สายไฟเกิด ความร้อนสะสม จนฉนวนละลาย และอาจนำไปสู่ไฟฟ้าลัดวงจรหรือไฟไหม้ได้ ซึ่งจากข้อมูลของหน่วยงานด้านความปลอดภัยไฟฟ้า พบว่า ไฟไหม้บ้านกว่า 30% มีสาเหตุจากการใช้ไฟฟ้าเกินกำลัง

​          เคล็ดลับ : หลีกเลี่ยงการเสียบเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายชนิดกับปลั๊กพ่วงเดียวกัน



    3. อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่ได้มาตรฐาน



​          เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่มีมาตรฐานความปลอดภัย หรืออุปกรณ์ราคาถูกที่ไม่ได้รับการรับรอง 

ตัวอย่างเช่น

    -    ปลั๊กไฟราคาถูก

    -    สายชาร์จคุณภาพต่ำ

    -    เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ได้มาตรฐานอุตสาหกรรม

    -    การเลือกใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีมาตรฐานความปลอดภัยจึงเป็นสิ่งสำคัญ

​          อุปกรณ์เหล่านี้ อาจมีระบบป้องกันไฟฟ้าที่ไม่เพียงพอ ทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรได้ง่าย เพราะเมื่อใช้งาน

ต่อเนื่องอุปกรณ์เหล่านี้อาจเกิดความร้อนสูง

​          เคล็ดลับ : เลือกซื้อปลั๊กไฟ สายไฟ และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีเครื่องหมายมาตรฐานทุกครั้ง เช่น มอก.

 


    4. ความชื้นและน้ำเข้าสู่ระบบไฟฟ้า



          น้ำเป็นตัวนำไฟฟ้า เมื่อมีความชื้นหรือมีน้ำเข้าไปในปลั๊กไฟ สวิตช์ หรือกล่องควบคุมไฟฟ้า อาจทำให้เกิดการลัดวงจรได้ทันที พื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น

    -    ห้องน้ำ

    -    ห้องครัว

    -    พื้นที่ภายนอกบ้าน

          เคล็ดลับ : หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าใกล้แหล่งน้ำ และเลือกใช้อุปกรณ์กันน้ำในพื้นที่เปียก



    5. การติดตั้งระบบไฟฟ้าไม่ถูกต้อง



          การเดินสายไฟหรือการติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าโดยช่างที่ไม่มีความเชี่ยวชาญ อาจทำให้เกิดข้อผิดพลาดได้ เช่น

    -    การต่อสายไฟไม่แน่น

    -    การใช้สายไฟขนาดไม่เหมาะสม

    -    การติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้าไม่ครบ

    -    ไม่มีอุปกรณ์ตัดไฟอัตโนมัติ

ข้อผิดพลาดเหล่านี้สามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อไฟฟ้าลัดวงจรและอันตรายต่อผู้อยู่อาศัย

​          เคล็ดลับ : ควรติดตั้งเบรกเกอร์หรือระบบตัดไฟอัตโนมัติจากผู้เชี่ยวชาญ และหากเป็นบ้านเก่าที่ใช้คัตเอาต์แบบเดิม จะไม่มีระบบตัดไฟอัตโนมัติ จึงควรเปลี่ยนคัตเอาต์เก่าให้กลายเป็นเบรกเกอร์ หรือระบบตัดไฟอัตโนมัติ



    6. สัตว์กัดสายไฟ



          อีกหนึ่งสาเหตุที่หลายคนคาดไม่ถึงคือ สัตว์กัดสายไฟ เช่น หนู หรือแมลง ที่เข้าไปกัดสายไฟ ทำให้ฉนวนสายไฟเสียหาย เมื่อสายไฟภายในสัมผัสกัน ก็อาจทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรได้ ซึ่งบ้านที่มีพื้นที่เก็บของ ใต้หลังคา หรือพื้นที่ที่ไม่ได้ใช้งาน มักพบปัญหานี้บ่อย

​          เคล็ดลับ : ควรตรวจสอบพื้นที่ใต้หลังคาหรือบริเวณเก็บของเป็นระยะ เพื่อป้องกันสัตว์เข้ามากัดสายไฟ



สัญญาณเตือนก่อนเกิดไฟฟ้าลัดวงจร



​          หลายครั้งไฟฟ้าลัดวงจรจะมี สัญญาณเตือนล่วงหน้า ที่หลายคนมองข้าม

ตัวอย่างสัญญาณที่ควรระวัง ได้แก่

    -    เบรกเกอร์ตัดบ่อยผิดปกติ

    -    ปลั๊กไฟหรือสายไฟร้อน

    -    มีกลิ่นไหม้จากปลั๊กไฟ

    -    ไฟกระพริบหรือไฟตกบ่อย

    -    ได้ยินเสียงแตกจากปลั๊กไฟ

หากพบอาการเหล่านี้ ควรหยุดใช้งานอุปกรณ์ไฟฟ้าทันที และตรวจสอบระบบไฟฟ้า


 

อันตรายของไฟฟ้าลัดวงจรที่ไม่ควรมองข้าม



ไฟฟ้าลัดวงจรอาจก่อให้เกิดอันตรายหลายด้าน เช่น 

    1. เสี่ยงเกิดไฟไหม้บ้าน ความร้อนที่เกิดจากกระแสไฟฟ้าสูงสามารถทำให้สายไฟละลายและเกิดไฟไหม้ได้

    2. เครื่องใช้ไฟฟ้าเสียหาย ไฟฟ้าลัดวงจรอาจทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าเสียหายทันที

    3. เสี่ยงต่อไฟดูดหรือไฟช็อต หากระบบไฟฟ้าผิดปกติ อาจทำให้เกิดไฟดูด ซึ่งเป็นอันตรายต่อชีวิต

    4. ระบบไฟฟ้าเสียหายทั้งบ้าน ไฟฟ้าลัดวงจรอาจทำให้เบรกเกอร์เสียหาย หรือระบบไฟฟ้าทั้งบ้านหยุดทำงาน



วิธีป้องกันไฟฟ้าลัดวงจรในบ้าน



การป้องกันไฟฟ้าลัดวงจรสามารถทำได้หลายวิธี เช่น

    1. ตรวจสอบระบบไฟฟ้าเป็นประจำ ควรตรวจสอบสายไฟ ปลั๊กไฟ และอุปกรณ์ไฟฟ้าอย่างสม่ำเสมอ

    2. เลือกใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ได้มาตรฐาน เลือกซื้ออุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีเครื่องหมายมาตรฐานเพื่อความปลอดภัย

    3. หลีกเลี่ยงการใช้ปลั๊กพ่วงเกินกำลัง ไม่ควรเสียบเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายชนิดกับปลั๊กพ่วงเดียวกัน

    4. ติดตั้งเบรกเกอร์หรือระบบตัดไฟอัตโนมัติ เบรกเกอร์สามารถตัดไฟทันทีเมื่อกระแสไฟผิดปกติ ช่วยลดความเสี่ยงไฟไหม้

    5. ป้องกันความชื้นในระบบไฟฟ้า ควรใช้อุปกรณ์กันน้ำในพื้นที่เปียก เช่น ห้องน้ำหรือพื้นที่ภายนอกบ้าน



ควรทำอย่างไรเมื่อเกิดไฟฟ้าลัดวงจร



หากเกิดไฟฟ้าลัดวงจร ควรปฏิบัติดังนี้

    1. ปิดเบรกเกอร์หรือคัตเอาต์ทันที

    2. ห้ามสัมผัสอุปกรณ์ไฟฟ้าด้วยมือเปียก

    3. หากเกิดไฟไหม้ให้ใช้ถังดับเพลิงชนิด CO₂

    4. ติดต่อช่างไฟฟ้าผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจสอบระบบไฟฟ้า

การรับมืออย่างถูกต้องสามารถช่วยลดความเสียหายและป้องกันอันตรายได้



สรุป

          ไฟฟ้าลัดวงจรเป็นปัญหาที่สามารถเกิดขึ้นได้ในทุกบ้าน และเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของอัคคีภัยภายในบ้าน

สาเหตุของไฟฟ้าลัดวงจรอาจเกิดจากหลายปัจจัย เช่น

    -    สายไฟเสื่อมสภาพ

    -    การใช้ปลั๊กพ่วงเกินกำลัง

    -    อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่ได้มาตรฐาน

    -    ความชื้นในระบบไฟฟ้า

    -    การติดตั้งระบบไฟฟ้าไม่ถูกต้อง

    -    สัตว์กัดสายไฟ

แม้ปัญหาเหล่านี้จะดูเล็กน้อย แต่หากปล่อยไว้โดยไม่แก้ไข อาจนำไปสู่อุบัติเหตุร้ายแรงได้


          การตรวจสอบระบบไฟฟ้าอย่างสม่ำเสมอ เลือกใช้อุปกรณ์ที่มีมาตรฐาน และใช้งานไฟฟ้าอย่างถูกวิธี จะช่วยลดความเสี่ยงจากไฟฟ้าลัดวงจรและเพิ่มความปลอดภัยให้บ้านของคุณ เพราะท้ายที่สุดแล้ว บ้านที่ปลอดภัยไม่ได้เกิดจากความบังเอิญ แต่เกิดจากการดูแลและป้องกันอย่างใส่ใจตั้งแต่วันนี้

bottom of page